ต้นกำเนิดและตำนานของ “Blackberry” อยู่ที่ไหน? ทำไมต้องชื่อ Blackberry? จุดเด่นของมือถือ Blackberryคืออะไร? ค่ายไหนเปิดให้ใช้แบล็กเบอรีบ้าง? ถ้าไม่ชอบหน้าตาของมือถือ Blackberryยังมีตัวเลือกอื่นอีกไหม? จริงหรือที่ “โอบามา” ติด Blackberry มาก?
1.ต้นกำเนิด และตำนานของ Blackberry
บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชัน (Research in Motion หรือ RIM) บริษัทจากแคนาดา คือ ผู้พัฒนาอุปกรณ์ไร้สายที่มีจุดเด่นในการ “ส่งอีเมล” ถึงมือถือผู้ใช้ ทุกที่ทุกเวลา โดยรู้จักกันในชื่อว่า “Blackberry” เปิด ตัวเมื่อปี 1999 ถึงวันนี้
ก็ครบ 1 ทศวรรษแล้ว นอกเหนือจากเมืองไทย ยังมีอีกกว่า 160 ประเทศที่ใช้มือถือ
Blackberryและถึงปัจจุบันนี้มียอดขายไปแล้วกว่า 50 ล้านเครื่อง (ซึ่ง 70% ของชาวอเมริกันเป็นผู้ใช้มือถือแบล็กเบอรี)
ระยะแรกเมื่อปี 2001 “Blackberry” เป็นเพียงเพจเจอร์ (Pager) ขนาดเล็ก ที่ผู้ใช้แต่ละคนสามารถพิมพ์ข้อความรับ-ส่งหากันได้เอง โดยมีหน้าจอขาวดำ และแผงปุ่มกดเหมือนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์
นี่คือหน้าตาของ DataTAC 850 Blackberryรุ่นแรกสำหรับรับ-ส่งอีเมล และเล่นอินเทอร์เน็ตบนมือถือ (WAP) ยังไม่สามารถโทร.ออกได้
แต่ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือ Blackberryมีการพัฒนาไปมาก โดยจุดเด่นของ
มือถือแบรนด์นี้ก็คือ การมีแผงปุ่มกด QWERTY ที่เป็นแป้นพิมพ์มาตรฐาน
เหมือนที่มีใน เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อความสะดวกในการพิมพ์ข้อความยาวๆ เพื่อส่งอีเมลหรือแชตเป็นเวลานานๆ นั่นเอง
1.ต้นกำเนิด และตำนานของ Blackberry
จากบทความเรื่อง How 10 Famous Technology Products Got Their Names ของเว็บไซต์ CIO ระบุถึงที่มาของชื่อ โทรศัพท์ มือถือ Blackberryว่า ทางทีมงานของบริษัท Research in Motion หรือ RIM เจ้าของมือถือ Blackberryได้จ้างบริษัท Lexicon Branding ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างตราสินค้า มาช่วยตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่มีความสามารถในการส่งอีเมลถึงมือถือลูกค้าได้ ทันที แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงคำว่า “อี-เมล (E-mail)” ที่มีผลการวิจัยกับผู้บริโภคว่า คำนี้กระตุ้นให้เกิดความดันโลหิตที่สูงขึ้น ฉะนั้นจึงต้องการคำใดๆ ก็ได้ที่กระตุ้นให้เกิดความสนุก และสงบสุขในเวลาเดียวกัน หลัง จากได้รับโจทย์ และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หนึ่งในทีมงานของ Lexicon Branding ก็ระบุว่าสารพัดปุ่มกดที่อยู่บนมือถือเครื่องนี้ ทำให้เขาคิดไปถึง “เมล็ดพันธุ์” ต่างๆ จึงทำให้ทีมงานระดมสมองเพื่อหาชื่อของผลไม้ที่มีเมล็ดมากๆ อาทิ สตรอเบอรี เมลอน รวมไปถึงชื่อผักอีกหลายสายพันธุ์ ก่อนที่จะมาตกลงใจใช้ชื่อ โทรศัพท์ มือถือ Blackberryซึ่งนอกจากจะฟังแล้วเพราะพริ้ง ทั้งยังสื่อถึงตัวอุปกรณ์ Blackberryที่มีสีดำขลับได้อีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว อาการของการติดมือถือ Blackberryเรียกว่าต้องมีอยู่ติดตัว และใช้มันอยู่ตลอดเวลา ไม่ต่างจากการใช้ยาเสพติด จึงถูกเรียกว่า “แครกเบอรี (Crackberry)” ซึ่งคำว่า Crack เป็นศัพท์แสลงในภาษาอังกฤษที่แปลว่ายาเสพติด ทำให้คำว่าแครกเบอร์รี่กลายเป็นศัพท์ใหม่ของดิกชันนารีประจำปี 2006 (Webster’s New World College Dictionary) ไปในที่สุด