<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>RibbonBeauty &#187; บ้าน ที่อยู่อาศัย</title>
	<atom:link href="http://www.ribbonbeauty.com/category/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ribbonbeauty.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 16:45:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ข้าว-แป้ง ให้ประโยชน์อะไรต่อร่างกาย</title>
		<link>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84</link>
		<comments>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jul 2010 10:52:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บ้าน ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ต่อร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[แป้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribbonbeauty.com/2010/07/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84/</guid>
		<description><![CDATA[อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง เป็นอาหารที่รับประทานในปริมาณมากที่สุด ในบรรดาอาหาร 5 หมู่ของไทย คือ รับประทานวันละ 8-12 ทัพพี ในขณะที่รับประทานพืชผัก 4-6 ทัพพี และเนื้อสัตว์ 6-12 ช้อนโต๊ะ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคาจะรับประทานอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์เป็นหลักไม่ได้หรือ ทั้งที่ได้รสชาติก็อร่อยกว่าและรับประทานครั้งละมาก ๆ จนอิ่มก็ได้ เช่น สเต๊ก ไก่ย่าง และหมูปิ้ง เป็นต้น

อาหารหลัก 5 หมู่
หมู่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง
หมู่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน
หมู่ 3 ผักใบเขียว และพืขผักสีต่าง ๆ
หมู่ 4 ผลไม้
หมู่ 5 น้ำมันและไขมัน
อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ มีสารอาหารหลักคือ โปรตีนซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายคือ 
1.นำไปสร้างส่วนประกอบของร่างกาย ได้แก่ เนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นผม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง เป็นอาหารที่รับประทานในปริมาณมากที่สุด ในบรรดาอาหาร 5 หมู่ของไทย คือ รับประทานวันละ 8-12 ทัพพี ในขณะที่รับประทานพืชผัก 4-6 ทัพพี และเนื้อสัตว์ 6-12 ช้อนโต๊ะ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคาจะรับประทานอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์เป็นหลักไม่ได้หรือ ทั้งที่ได้รสชาติก็อร่อยกว่าและรับประทานครั้งละมาก ๆ จนอิ่มก็ได้ เช่น สเต๊ก ไก่ย่าง และหมูปิ้ง เป็นต้น</strong></p>
<p><img class="alignleft" src="http://btgsf1.fsanook.com/weblog/entry/184/924286/w-2.jpg" alt="" width="276" height="344" /></p>
<p><strong>อาหารหลัก 5 หมู่<br />
หมู่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง<br />
หมู่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน<br />
หมู่ 3 ผักใบเขียว และพืขผักสีต่าง ๆ<br />
หมู่ 4 ผลไม้<br />
หมู่ 5 น้ำมันและไขมัน</strong></p>
<p><strong>อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ มีสารอาหารหลักคือ โปรตีนซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายคือ </strong></p>
<p>1.นำไปสร้างส่วนประกอบของร่างกาย ได้แก่ เนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นผม ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดสึกหรอ</p>
<p>2.นำไปสร้างสารต่าง ๆ เพื่อช่วยในการทำงานของร่างกาย ได้แก่ เม็ดเลือด ฮอร์โมน เอนไซม์ และสารต้านโรค</p>
<p>3.ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี แต่การนำโปรตีนไปใช้เป็นพลังงานในร่างกายจะเหลือส่วนที่มีไนโตรเจนซึ่งใช้ เป็นพลังงานไม่ได้ ถ้ามีมากเกินไปจะถูกส่งไปให้ตับเปลี่ยนแปลงรูปแบบแล้วส่งให้ไตขับออกจากร่าง กาย ทำให้ตับและไตทำงานมากขึ้นจึงควรนำโปรตีนไปทำประโยชน์ตามข้อ 1 และ 2 ดีกว่า</p>
<p><strong>อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง อาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งของ คาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกายคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี เมื่อรับประทานข้าว-แป้งเข้าไป จะเกิดการย่อยในลำไส้เล็ก คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงจนอยู่ในรูปน้ำตาลกลูโคส <span id="more-660"></span></strong></p>
<p>ซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่หลอดเลือดไปยังตับแล้วส่งเข้ากระแสเลือด ให้เซลล์ของส่วนต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และอวัยวะอื่น ๆ นำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อใช้ในการทำงานต่อไป มีเซลล์ของร่างกายบางส่วนโดยเฉพาะสมอง ไม่สามารถใช้สารอาหารอื่นมาเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ต้องใช้แต่กลูโคสเท่านั้น จึงควรได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอทุกวัน</p>
<p><strong>กลุ่มอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตมากที่สุดคือ ข้าว-แป้ง รองลงมาคือ กลุ่มผลไม้ ส่วนอาหารกลุ่มผักโดยทั่วไปถือว่ามีคาร์โบไฮเดรตน้อย สำหรับน้ำตาลจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตโดยตรง ถ้ารับประทานมากกลับเป็นโทษต่อร่างกาย จึงควรรับประทานวันละไม่เกิน 6 ช้อนชา</strong></p>
<p>ปกติเราควรได้รับผลไม้วันละ 3-4 ส่วน โดยแบ่งรับประทานครั้งละ 1-2ส่วน ไม่ควรรับประทานครั้งเดียว 3-4 ส่วนเพราะจะทำให้ได้น้ำตาลจากผลไม้ในครั้งนั้นมากเกินไป เป็นผลให้น้ำตาลในเลือดสูงในช่วงนั้น อีกทั้งทำให้ได้พลังงานส่วนเกินร่างกายจะนำไปเก็บสะสมในรูปของไขมันไตรกลีเซ อไรด์ ถ้าเป็นเช่นนี้ประจำผลที่ตามมาคือ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น</p>
<p><strong>อาหารในกลุ่มข้าว-แป้ง ที่ให้พลังงานเท่า ๆ กัน คือ 80 กิโลแคลอรี สามารถรับประทาน สับเปลี่ยนหมุนเวียนแทนกันได้มีหลายอย่างได้แก่</strong></p>
<p><strong>ข้าวสวย 1 ทัพพี (60 กรัม) ข้าวเหนียวนึ่ง 1/2 ทัพพี<br />
ขนมปัง 1 แผ่น ข้าวโพดต้ม 1/2 ทัพพี (1/2 ฝัก)<br />
ขนมจีน 1 ทัพพี ก๋วยเตี๋ยว 1 ทัพพี<br />
บะหมี่ 1 ทัพพี เส้นหมี่ 1 ทัพพี<br />
มันเทศต้ม 1 ชิ้น ขนาดเท่าไข่ไก่ เผือกต้ม 1 ทัพพี</strong></p>
<p>รับประทานอาหารกลุ่มข้าว-แป้งอย่างไรให้ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอาหารกลุ่ม ข้าว-แป้ง โดยเฉพาะข้าวและอาหารประเภทเส้น ไม่มีความอร่อยในตัวของมันเอง ต้องมีอาหารอื่นเสริมด้วย ต่างกับข้าวโพด เผือก มัน ที่เราสามารถรับประทานได้เพียงเติมรสเค็มจากเกลือนิดหน่อยหรือไม่ก็ได้ ความไม่อร่อยของข้าวและอาหารประเภทเส้น กลับเป็นการดีที่จะทำให้เราได้รับสารอาหารจากอาหารอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ได้ เนื้อสัตว์และผักในอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวชนิดต่าง ๆ</p>
<p>แต่ถ้าเปรียบเทียบระหว่างข้าวและก๋วยเตี๋ยวแล้ว การรับประทานข้าวจะทำให้ได้รับอาหารอื่นเพิ่มได้หลายชนิดกว่าก๋วยเตี๋ยวซึ่ง จำกัดเนื้อสัตว์และผักเพียงไม่กี่ชนิด และมีปริมาณน้อยกว่า อาหารที่เรียกว่า &#8220;กับข้าว&#8221; ที่รับประทานคู่กับข้าวโดยเฉพาะข้าวสวย ซึ่งมี &#8220;กับข้าว&#8221; หลายรูปแบบหลายวิธีการปรุงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร จากเนื้อสัตว์ ไข่ เต้าหู้ น้ำมัน พืช และพืชผักหลากชนิดหมุนเวียนกันไป ดังนั้นในทางโภชนาการจึงแนะนำให้รับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อสารอาหารที่มีอยู่ใน</p>
<p><strong>อาหารซึ่งร่างกายต้องการนำไปใช้ประโยชน์ทุกวันมี 6 ประเภท คือ</strong></p>
<p><strong>1 คาร์โบไฮเดรต ,โปรตีน,ไขัมน, แร่ธาตุ, วิตามิน, น้ำ</strong></p>
<p><strong>สรุปการจะรับประทานอาหารกลุ่มข้าว-แป้งให้ได้ประโยชน์และช่วยส่งเสริมสุขภาพ มีข้อควรคำนึงถึงดังนี้</strong></p>
<p>1.รับประทานข้าวและกับข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง ขนมจีน รวมทั้งอาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด ข้าวมันไก่ และข้าวหมูแดง เป็นบางมื้อ</p>
<p>2.การรับประทานข้าวกล้องเป็นประจำ จะทำให้ได้ใยอาหารเพิ่มขึ้น ช่วยให้ลำไส้ขับถ่ายของเสียได้ดี</p>
<p>3.รู้จักรับประทานอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง ทดแทนกัน เพื่อควบคุมพลังงานจากอาหารกลุ่มนี้ ให้ได้เท่า ๆ กันทุกวัน เช่น การรับประทานแซนด์วิช 1 คู่ (ขนมปัง 2 แผ่น) ก็ควรลดปริมาณข้าวลง 2 ทัพพี หรือรับประทานข้าวเหนียว 1 ถุง (1 ทัพพี) กับหมูปิ้ง ก็ควรลดข้าวลง 2 ทัพพี และการรับประทานข้าวโพดต้ม มันต้มก็เช่นกัน</p>
<p>4.การรับประทานอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง ประเภทเส้นหรืออาหารจานเดียวแต่ละครั้ง ควรให้มีอาหารประเภทเนื้อสัตว์และพืชผักหรือสมุนไพรร่วมด้วย เพื่อให้ได้สารอาหารโปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินเพิ่มขึ้น</p>
<p>5.ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ไม่ควรงดอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง แล้วรับประทานผลไม้แทนด้วยเหตุผล 2 ประการคือ</p>
<p><strong>ทำให้ขาดสารอาหารที่ควรจะได้จากเนื้อสัตว์ พืชผักต่าง ๆ อีกประการหนึ่งอาจได้รับพลังงานจากน้ำตาลในผลไม้มาก ถ้าไม่เลือกชนิดและจำกัดปริมาณของผลไม้ อีกทั้งน้ำตาลในผลไม้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่า จึงควรรับประทานอาหารประเภทข้าว โดยเลือก &#8220;กับข้าว&#8221; ที่มีพลังงานต่ำที่ทำจากปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน พืชผักต่าง ๆ ปรุงรสด้วย วิธีการที่ไม่ใช้น้ำมัน เช่น แกงส้ม ต้มยำ แกงเลียง แกงจืด ยำ ย่าง อบ นึ่ง และตุ๋น</strong></p>
<p>ที่มา : women.sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด</title>
		<link>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%97</link>
		<comments>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%97#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2010 15:21:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บ้าน ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บรรเทาปวด]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารคอ]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มพลัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribbonbeauty.com/2010/07/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%97/</guid>
		<description><![CDATA[อาการปวดเมื่อยบริเวณคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คน โดยอาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการทำงาน เช่น นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเอียงคอเพื่อให้ศีรษะหนีบโทรศัพท์แทนการถือด้วยมือ
พฤติกรรมดังกล่าว หากทำบ่อย ๆ จะส่งเสียต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ และเกิดอาการปวดเมื่อย คุณผู้อ่านจึงควร ลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าว และหันมาบริหารคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอ ตามคำแนะนำต่อไปนี้&#8230; ยืดเหยียดคอ -ตั้งคอตรง และเอียงคอลงไปทางซ้ายสลับขวา -หันคอไปทางด้านซ้ายสลับขวา -ตั้งคอตรง เงยหน้าเอียงคอไปข้างหลัง กลับมาตั้งคอตรง และก้มหน้า เอียงศีรษะลงพื้น   เสริมความแข็งแรงของคอ -ตั้งคอตรง ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง วางที่หน้าผาก ก้มศีรษะไปด้านหน้า โดยให้ฝ่ามือดังกล่าวเป็นตัวต้าน เสริมความแข็งแรงให้คอด้านหน้า -เสริมความแข็งแรงของคอด้านหลัง ด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลังศีรษะ เงยหน้ากดศีรษะไปด้านหลัง ให้มือทั้งสองออกแรงต้าน -ตั้งคอตรง วางฝ่ามือเหนือใบหู เอนคอไปด้านข้าง ให้ฝ่ามือช่วยต้าน แล้วสลับทำอีกด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงคำด้านข้าง -และเสริมความแข็งแรงให้กับคอด้านข้างในลักษณะหัน ด้วยการวางฝ่ามือที่แก้มใกล้ใบหู ออกแรงหันหน้าต้านฝ่ามือ ทำสลับอีกด้าน ข้อควรรู้  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อาการปวดเมื่อยบริเวณคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คน โดยอาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการทำงาน</strong> เช่น นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเอียงคอเพื่อให้ศีรษะหนีบโทรศัพท์แทนการถือด้วยมือ</p>
<p>พฤติกรรมดังกล่าว หากทำบ่อย ๆ จะส่งเสียต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ และเกิดอาการปวดเมื่อย คุณผู้อ่านจึงควร ลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าว และ<strong>หันมาบริหารคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอ ตามคำแนะนำต่อไปนี้&#8230;</strong> <strong>ยืดเหยียดคอ</strong> -ตั้งคอตรง และเอียงคอลงไปทางซ้ายสลับขวา -หันคอไปทางด้านซ้ายสลับขวา -ตั้งคอตรง เงยหน้าเอียงคอไปข้างหลัง กลับมาตั้งคอตรง และก้มหน้า เอียงศีรษะลงพื้น   <strong>เสริมความแข็งแรงของคอ</strong> -ตั้งคอตรง ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง วางที่หน้าผาก ก้มศีรษะไปด้านหน้า โดยให้ฝ่ามือดังกล่าวเป็นตัวต้าน เสริมความแข็งแรงให้คอด้านหน้า -เสริมความแข็งแรงของคอด้านหลัง ด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลังศีรษะ เงยหน้ากดศีรษะไปด้านหลัง ให้มือทั้งสองออกแรงต้าน -ตั้งคอตรง วางฝ่ามือเหนือใบหู เอนคอไปด้านข้าง ให้ฝ่ามือช่วยต้าน แล้วสลับทำอีกด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงคำด้านข้าง -และเสริมความแข็งแรงให้กับคอด้านข้างในลักษณะหัน ด้วยการวางฝ่ามือที่แก้มใกล้ใบหู ออกแรงหันหน้าต้านฝ่ามือ ทำสลับอีกด้าน <strong>ข้อควรรู้ </strong> การบริหารคอในท่าต่าง ๆ ข้างต้น ควรทำค้างแต่ละท่าราว 20 วินาที และไม่บริหารคอด้วยความรุนแรง เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้</p>
<p>ที่มา : women.sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%97/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประจำเดือนแบบไหนที่ควรตกใจ</title>
		<link>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3</link>
		<comments>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 10:40:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บ้าน ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ตกใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribbonbeauty.com/?p=637</guid>
		<description><![CDATA[ประจำเดือนเป็นเรื่องใกล้ตัวสาวๆทุกคน แต่ก็ใช่ว่าเราจะรู้เรื่องนี้กันดีนัก พอเกิดอาการผิดแผกแตกต่างจากเดือนก่อนๆขึ้นมา สาวๆก็ตกใจแทบสิ้นสติ มาเรียนรู้เรื่องประจำเดือนกันเถอะ 

วิธีสังเกตประจำเดือนผิดปกติแบบง่ายๆ 
ขั้นแรกให้ลองเปรียบเทียบกับประจำเดือนปกติ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1. ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 &#8211; 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว
2. ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติ
3. ระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 &#8211; 35 วัน
หากมีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมา ข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว
สาเหตุและการรักษา สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆ ตามแต่กรณี
ควรตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
จริงๆ แล้วไม่มีกำหนดอายุที่แน่นอน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประจำเดือนเป็นเรื่องใกล้ตัวสาวๆทุกคน แต่ก็ใช่ว่าเราจะรู้เรื่องนี้กันดีนัก พอเกิดอาการผิดแผกแตกต่างจากเดือนก่อนๆขึ้นมา สาวๆก็ตกใจแทบสิ้นสติ มาเรียนรู้เรื่องประจำเดือนกันเถอะ </strong></p>
<p><img class="alignleft" src="http://btgsf1.fsanook.com/weblog/entry/159/796256/h.jpg" alt="" width="221" height="330" /></p>
<p><strong>วิธีสังเกตประจำเดือนผิดปกติแบบง่ายๆ </strong></p>
<p>ขั้นแรกให้ลองเปรียบเทียบกับประจำเดือนปกติ ซึ่งมีลักษณะดังนี้<br />
1. ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 &#8211; 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว<br />
2. ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติ<br />
3. ระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 &#8211; 35 วัน</p>
<p>หากมีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมา ข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว</p>
<p>สาเหตุและการรักษา สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆ ตามแต่กรณี<span id="more-637"></span></p>
<p>ควรตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่?</p>
<p>จริงๆ แล้วไม่มีกำหนดอายุที่แน่นอน แต่หากแต่งงานมีบุตรแล้วก็ควรตรวจภายในและตรวจคัดกรองปากมดลูกปีละหน ในกรณีที่อายุน้อยกว่า 45 ปี และไม่พบความผิดปกติในครั้งแรก ก็สามารถเว้นช่วงห่างในการตรวจประมาณ 3 &#8211; 5 ปีต่อครั้ง</p>
<p>สำหรับสาวๆ ช่างสงสัยว่าเมื่อไรนั้น ก็ให้ดูว่าหากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกนอกรอบเดือน มีอาการปวดท้องน้อย หรือคลำพบก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย คุณหมอแนะนำว่าควรพบสูตินารีแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา และข้อสำคัญคือ หากพบอาการผิดปกติอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ยิ่งในปัจจุบันนี้มีสูตินารีแพทย์ที่เป็นหญิงมากขึ้น คุณสามารถเข้ารับการรักษาและรับคำปรึกษาได้อย่างสะดวกและสบายใจ<br />
หลังประจำเดือนหมด 2 &#8211; 3 วัน มีเลือดออกกะปริดกะปรอยสีค่อนข้างคล้ำ ถือว่าผิดปกติหรือไม่<br />
ควร ทำความเข้าใจก่อนว่า ปกติทั่วไปประจำเดือนมักมามากในช่วง 1 &#8211; 2 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆลดลงจนกระทั่งจางหมดไป ในบางรายอาจมีลักษณะกะปริดกะปรอยบ้างซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด แต่หากมีเลือดประจำเดือนออกซ้ำหลังประจำเดือนหมดไปนานแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที<br />
การกินยาคุมกำเนิด เพื่อรักษาสิว หรือเพื่อเลื่อนประจำเดือน มีผลกระทบอย่างไร?<br />
ข้อ นี้คุณหมอบอกว่า ในบางรายจะมีกระทบบ้างแต่ก็ไม่เป็นอันตรายรุนแรง เช่น อาจเกิดอาการแพ้ยาคุมกำเนิด แต่โดยทั่วไปไม่มีผลกระทบหากใช้ยาภายใตคำแนะนำและการควบคุมของแพทย์ ดังนั้นสาวๆก็ไม่ควรไปซื้อยามาใช้เอง ถ้าอยากสวยขอแนะนำว่าไปพึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่ากันเยอะ</p>
<p>ที่มา : women.sanook</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน</title>
		<link>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84</link>
		<comments>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Jun 2010 16:03:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บ้าน ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยเงียบ]]></category>
		<category><![CDATA[วัยทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคบ้างาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribbonbeauty.com/2010/06/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84/</guid>
		<description><![CDATA[
ท่ามกลางการแข่งขันของสังคมไทยในยุคปัจจุบันทำให้คนเราต้องทำงาน หนักมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ที่พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวหรือสร้างครอบครัวใหม่บางคน ถึงกบต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้าน รถ ฯลฯ และจากการทำงานที่หนักขึ้นอาจกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพกายและใจได้โดยไม่ รู้ตัวจนส่งผลให้บุคคลนั้นมีอาการของ &#8220;โรคบ้างาน&#8221;
โรคออฟฟิศซินโดรม หรือ โรคบ้างาน ปัจจุบันโรคนี้จะพบมากขึ้นในคนไทยซึ่งแต่เดิมที่จะพบแค่ในผู้ชายญี่ปุ่เท่า นั้นซึ่งเรียกว่าโรค Workaholic หรือโรคติดงาน
คนที่ชอบทำงานหนัก หากได้ยินชื่อโรคนี้อาจจะตื่นตระหนกได้ แต่ความจริงแล้วโรคออฟฟิศซินโดรมหรือบ้างานนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงและน่า กลัวอย่างที่คิด เป็นแค่เพียงภาวะทางจิตอย่างหนึ่งเท่านั้นแต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจจะก่อ ให้เกิดโรคทางร่างกายตามมา
นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคออฟฟิศซินโดรมหรือโรคบ้างาน เดิมทีจะพบมากในผู้ชายญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ทุกวันนี้พบในสังคมไทยแล้วและจากการสำรวจประชากรวัยแรงงานหรือวัยทำงานของประเทศไทยพบว่ามีจำนวนถึงร้อยละ 67 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศซึ่งจะส่งผลให้โรคนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น และอาจกลายเป็นภัยที่คุกคามสุขภาพได้ หากใช้ชีวิตในวัยทำงานอย่างไม่ระมัดระวัง ซึ่งโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สามารถพบได้ทั้งชายและหญิง เพราะทุกวันนี้ผู้หญิงไทยออกไปทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น เนื่องมาจากสังคมไทยมีการแข่งขันกันสูง การให้ฝ่ายชายไปทำงานนอกบ้านฝ่ายเดียวอาจจะไม่พอรายจ่ายภายในครอบครัว โรคบ้างานจะพบได้มากโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีบุคลิกเป็นคนสมบูรณ์แบบ เจ้าระเบียบ ชอบแข่งขัน มีความทะเยอทะยาน เอาจริงเอาจังในทางจิตวิทยาเกิดจากพฤติกรรมของคนที่ชอบทำงานเยอะและมีความ สุขจากการทำงานซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของการเสพติดงาน มีจิตใจคิดวนเวียนอยู่กับการทำงาน
&#8220;อาการเริ่มต้นที่สังเกตได้จากโรคนี้ได้แก่ ปวดหัว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดท้ายทอย สายตาพร่ามัว ปวดกล้ามเนื้อตา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright" src="http://btgsf1.fsanook.com/weblog/entry/184/921259/work.jpg" alt="" width="355" height="208" /></p>
<p><strong>ท่ามกลางการแข่งขันของสังคมไทยในยุคปัจจุบันทำให้คนเราต้องทำงาน หนักมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ที่พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวหรือสร้างครอบครัวใหม่บางคน ถึงกบต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้าน รถ ฯลฯ และจากการทำงานที่หนักขึ้นอาจกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพกายและใจได้โดยไม่ รู้ตัวจนส่งผลให้บุคคลนั้นมีอาการของ &#8220;โรคบ้างาน&#8221;</strong></p>
<p><strong>โรคออฟฟิศซินโดรม หรือ โรคบ้างาน</strong> ปัจจุบันโรคนี้จะพบมากขึ้นในคนไทยซึ่งแต่เดิมที่จะพบแค่ในผู้ชายญี่ปุ่เท่า นั้นซึ่งเรียกว่าโรค Workaholic หรือโรคติดงาน</p>
<p>คนที่ชอบทำงานหนัก หากได้ยินชื่อโรคนี้อาจจะตื่นตระหนกได้ แต่ความจริงแล้วโรคออฟฟิศซินโดรมหรือบ้างานนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงและน่า กลัวอย่างที่คิด เป็นแค่เพียงภาวะทางจิตอย่างหนึ่งเท่านั้นแต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจจะก่อ ให้เกิดโรคทางร่างกายตามมา<span id="more-628"></span></p>
<p><strong>นพ.วชิระ เพ็งจันทร์</strong> รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคออฟฟิศซินโดรมหรือโรคบ้างาน เดิมทีจะพบมากในผู้ชายญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ทุกวันนี้พบในสังคมไทยแล้วและจากการสำรวจประชากรวัยแรงงานหรือวัยทำงานของประเทศไทยพบว่ามีจำนวนถึงร้อยละ 67 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศซึ่งจะส่งผลให้โรคนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น และอาจกลายเป็นภัยที่คุกคามสุขภาพได้ หากใช้ชีวิตในวัยทำงานอย่างไม่ระมัดระวัง ซึ่งโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สามารถพบได้ทั้งชายและหญิง เพราะทุกวันนี้ผู้หญิงไทยออกไปทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น เนื่องมาจากสังคมไทยมีการแข่งขันกันสูง การให้ฝ่ายชายไปทำงานนอกบ้านฝ่ายเดียวอาจจะไม่พอรายจ่ายภายในครอบครัว โรคบ้างานจะพบได้มากโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีบุคลิกเป็นคนสมบูรณ์แบบ เจ้าระเบียบ ชอบแข่งขัน มีความทะเยอทะยาน เอาจริงเอาจังในทางจิตวิทยาเกิดจากพฤติกรรมของคนที่ชอบทำงานเยอะและมีความ สุขจากการทำงานซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของการเสพติดงาน มีจิตใจคิดวนเวียนอยู่กับการทำงาน</p>
<p>&#8220;อาการเริ่มต้นที่สังเกตได้จากโรคนี้ได้แก่ ปวดหัว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดท้ายทอย สายตาพร่ามัว ปวดกล้ามเนื้อตา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ กระเพาะอาหาร และโรคร้ายแรงอื่นได้ และถ้าสังเกตภาวะอารมณ์ของผู้ที่มีอาการของโรคบ้างานจะกลายเป็นคนที่มองอะไร ก็ขวางหูขวางตาไปหมด เกี้ยวกราดกับเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยไม่เหมือนเดิมจะให้ความสนใจแต่เฉพาะในเรื่องของการทำงานจนกระทบต่อ ความสัมพันธ์ในครอบครัว</p>
<p>ส่วนสัญญาณเตือนของโรคบ้างานสามารถสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิดว่าทำงานหนัก เกินไปหรือเปล่า และคอยสังเกตซึ่งกันและกันอยู่เสมอ เช่น การสังเกตการสื่อสารซึ่งกันและกัน การแสดงออกทางการพูดจา ว่ามีอาการชักสีหน้า อารมณ์ฉุนเฉียวเข้าหากันหรือเปล่าเหล่านี้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนของโรคบ้า งานได้&#8221;</p>
<p>&#8220;เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในครอบครัวจากการทำงานซึ่งเปรียบเสมือน เป็นสัญญาณเตือนภัยแล้วในเบื้องต้นต้องตระหนักรู้ด้วยว่าอาจจะต้องมีการปรับ เป้าหมายในชีวิตใหม่ วางแผนในชีวิตใหม่ ชะลอความต้องการความอยากได้ไว้ก่อนและที่สำคัญที่สุดก็คือการตระหนักรู้ร่วม กันภายในครอบครัว เพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไขที่ดีสุด&#8221;</p>
<p>โรคออฟฟิศซินโดรมหรือโรคบ้างาน สามารถการป้องกันและรักษาได้ด้วยตนเองหากไม่มีการดูแลรักษาอาจจะนำไปสู่การ เป็นโรคอื่นที่ร้ายแรงได้&#8230;.</p>
<p>นพ.วชิระ ยังกล่าวอีกว่า โรคออฟฟิศซินโดรมหรือโรคบ้างานไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ต้องดูแลรักษาหากไม่ตระหนักรู้ดูแลรักษาแล้วจะก่อให้เกิดโรคทางร่างกาย ตามมา อาทิ เช่น เบาหวาน ความดัน เก๊าท์ ไตวาย อัมพาต ถุงลมโป่งพอง ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมการกินไม่มีเวลาออกกำลังกายเพราะมีภาระ หน้าที่ต้องทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศทั้งหญิงและชาย โดยอาจเกิดขึ้นจากความเจ็บปวดของเส้นประสาท ทำให้ลดความรู้สึกลง หรือระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว อีกด้วย</p>
<p>แนวทางการป้องกันรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมสามารถนี้ทำได้เพียงแค่ &#8220;ปรับพฤติกรรมการทำงานเสียใหม่ โดยมีสัดส่วนเวลาการทำงานกับเวลาพักผ่อนให้สมดุลกัน ในเวลาทำงานควรมีการผ่อนคลายพักหาวิธีการผ่อนคลายเช่นหลับตา หายใจลึกสักพัก ระหว่างเวลาทำงาน 1 ชั่วโมง เราควรใช้สมอง 45 นาทีแล้วพัก 10-15 นาที ควรทำอย่างนี้ทุกชั่วโมง การปรับเวลาเหล่านี้ควรเป็นไปตามสัดส่วนที่ธรรมชาติร่างกายต้องการโดยไม่จำ เป็นต้องไปปรึกษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าหนักไม่ไหวแล้วจริงก็สามารถโทรขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือปรึกษาคลินิกคลายเครียดที่มีอยู่ในหน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิตได้ แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่พบรายงานว่ามีคนทำงานที่เป็นโรคบ้างานถึงขั้นเบรก แตก ควบคุมตัวเองไม่ได้ส่วนใหญ่จะรู้ตัวก่อน&#8221; นพ.วชิระ กล่าว</p>
<p><strong>โรคออฟฟิศซินโดรมหรือโรคบ้างานเป็นภาวะทางจิตสามารถป้องกันรักษา โดยลดความเครียดจากการทำงานที่หนักเกินพอดีหากรู้ถึงสาเหตุของโรคที่เกิดจาก การทำงาน และปรับปรุงให้เหมาะสม ปัญหาที่เกิดจากการทำงานก็ลดน้อยลงหรือพยายามมองชีวิตว่าไม่มีแต่เรื่องงาน เพียงอย่างเดียว ควรจัดเวลาในแต่ละวันให้มีกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง ให้ความสำคัญในเรื่องครอบครัวและเรื่องทำงานให้ควบคู่และสมดุลกัน และที่สำคัญคือต้องรู้ตัวเองและรู้ถึงสาเหตุของโรคที่เกิดจากการทำงานและ ปรับปรุงให้เหมาะสม ปัญหาที่เกิดจากการทำงานก็ลดน้อยลงซึ่งจะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคออฟฟิศซิ นโดรมหรือโรคบ้างานได้อย่างแน่นอน</strong></p>
<p><strong>ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Getty Images</strong></p>
<p>ที่มา : women.sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกwallstickerตกแต่งบ้านให้เริ่ดยังไงดี</title>
		<link>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81wallsticker%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%-2</link>
		<comments>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81wallsticker%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%-2#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 16:44:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Notebook]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[wallsticker]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่งบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่งภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่งห้องนอน]]></category>
		<category><![CDATA[วอลสติ๊กเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนัง]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูก]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังห้อง]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribbonbeauty.com/?p=529</guid>
		<description><![CDATA[
wallsticker,ตกแต่งบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนัง,วอลเปเปอร์ติดผนังบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนังห้อง,วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน,วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูก,ตกแต่งห้องนอน,เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน,วอลสติ๊กเกอร์,ตกแต่งภายในการเริ่มตกแต่งภายในด้วยตนเองดูจะเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆคน โดยเฉพาะมือใหม่หัดตกแต่งบ้านที่ไม่มีความรู้ด้านinteriorมาก่อน
เทคนิคการตกแต่งห้องนอนหรือห้องไหนๆของบ้านนั้น มีเคล็ดลับง่ายๆแค่มีหัวครีเอทเข้าไว้ และเดี๋ยวนี้wallstickerที่มีลวดลายแบบเจ๋งๆก็มีให้เลือกมากมาย
แต่การจะเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังให้เริ่ดนั้น เทคนิคมันอยู่ที่การเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังบ้านให้เข้ากะenvironmentของแต่ละห้อง เช่นการจะเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน
ก็ควรเลือกสีที่ดูแล้วสบายตาและบรรยากาศน่านอนชวนผ่อนคลาย ไม่ควรเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องที่มีสีอึมครึมชวนหดหู่ ที่สำคะญคือการเลือกคุณภาพของwallstickerที่ใช้ในการตกแต่งภายใน
ไม่ใช่มัวแต่คำนึงถึงเรื่องราคาเลือกซื้อมาแต่วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพกลับไม่ได้เรื่อง เพราะเช่นนั้นคุณก็ต้องทำการเสียเงินซื้อวอลสติ๊กเกอร์มาเปลี่ยนบ่อยๆ ทำให้เสียเวลาเสียโอกาสเสียอนาคต
เอาเวลาที่จะนั่งเปลี่ยนwallpaperมาใช้ในการตกแต่งภายในกับห้องส่วนอื่นของบ้านดีกว่า การเลือกเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การตกแต่งบ้านของเราดูดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ดีนั้นนอกจากจะต้องมีดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่เข้ากับห้องของเราแล้ว ควรจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและใช้ได้ทนทานอีกด้วย แต่หัวใจสำคัญที่เหล่ามัณฑนากรตกแต่งภายในมักแนะนำก็คือการตกแต่งห้องนอนที่ทำให้ผู้อยู่รู้สึกมีความสุขและสบายใจในการใช้ก็เพียงพอเเล้วค่ะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://images.websnapr.com/?size=size&#038;key=MdY601iv6wa6&#038;url=http://mywallstricker.ibuy.co.th"></img></p>
<p><a href="http://mywallstricker.ibuy.co.th">wallsticker,ตกแต่งบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนัง,วอลเปเปอร์ติดผนังบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนังห้อง,วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน,วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูก,ตกแต่งห้องนอน,เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน,วอลสติ๊กเกอร์,ตกแต่งภายใน</a><br />การเริ่มตกแต่งภายในด้วยตนเองดูจะเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆคน โดยเฉพาะมือใหม่หัดตกแต่งบ้านที่ไม่มีความรู้ด้านinteriorมาก่อน<br />
เทคนิคการตกแต่งห้องนอนหรือห้องไหนๆของบ้านนั้น มีเคล็ดลับง่ายๆแค่มีหัวครีเอทเข้าไว้ และเดี๋ยวนี้wallstickerที่มีลวดลายแบบเจ๋งๆก็มีให้เลือกมากมาย<br />
แต่การจะเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังให้เริ่ดนั้น เทคนิคมันอยู่ที่การเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังบ้านให้เข้ากะenvironmentของแต่ละห้อง เช่นการจะเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน<br />
ก็ควรเลือกสีที่ดูแล้วสบายตาและบรรยากาศน่านอนชวนผ่อนคลาย ไม่ควรเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องที่มีสีอึมครึมชวนหดหู่ ที่สำคะญคือการเลือกคุณภาพของwallstickerที่ใช้ในการตกแต่งภายใน<br />
ไม่ใช่มัวแต่คำนึงถึงเรื่องราคาเลือกซื้อมาแต่วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพกลับไม่ได้เรื่อง เพราะเช่นนั้นคุณก็ต้องทำการเสียเงินซื้อวอลสติ๊กเกอร์มาเปลี่ยนบ่อยๆ ทำให้เสียเวลาเสียโอกาสเสียอนาคต<br />
เอาเวลาที่จะนั่งเปลี่ยนwallpaperมาใช้ในการตกแต่งภายในกับห้องส่วนอื่นของบ้านดีกว่า การเลือกเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การตกแต่งบ้านของเราดูดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ<br />
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ดีนั้นนอกจากจะต้องมีดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่เข้ากับห้องของเราแล้ว ควรจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและใช้ได้ทนทานอีกด้วย แต่หัวใจสำคัญที่เหล่ามัณฑนากรตกแต่งภายในมักแนะนำก็คือการตกแต่งห้องนอนที่ทำให้ผู้อยู่รู้สึกมีความสุขและสบายใจในการใช้ก็เพียงพอเเล้วค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81wallsticker%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%-2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกwallstickerตกแต่งบ้านให้เริ่ดยังไงดี</title>
		<link>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81wallsticker%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4</link>
		<comments>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81wallsticker%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 16:43:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Notebook]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[wallsticker]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่งบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่งภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่งห้องนอน]]></category>
		<category><![CDATA[วอลสติ๊กเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนัง]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูก]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังห้อง]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribbonbeauty.com/?p=522</guid>
		<description><![CDATA[
wallsticker,ตกแต่งบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนัง,วอลเปเปอร์ติดผนังบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนังห้อง,วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน,วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูก,ตกแต่งห้องนอน,เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน,วอลสติ๊กเกอร์,ตกแต่งภายในการเริ่มตกแต่งภายในด้วยตนเองดูจะเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆคน โดยเฉพาะมือใหม่หัดตกแต่งบ้านที่ไม่มีความรู้ด้านinteriorมาก่อน
เทคนิคการตกแต่งห้องนอนหรือห้องไหนๆของบ้านนั้น มีเคล็ดลับง่ายๆแค่มีหัวครีเอทเข้าไว้ และเดี๋ยวนี้wallstickerที่มีลวดลายแบบเจ๋งๆก็มีให้เลือกมากมาย
แต่การจะเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังให้เริ่ดนั้น เทคนิคมันอยู่ที่การเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังบ้านให้เข้ากะenvironmentของแต่ละห้อง เช่นการจะเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน
ก็ควรเลือกสีที่ดูแล้วสบายตาและบรรยากาศน่านอนชวนผ่อนคลาย ไม่ควรเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องที่มีสีอึมครึมชวนหดหู่ ที่สำคะญคือการเลือกคุณภาพของwallstickerที่ใช้ในการตกแต่งภายใน
ไม่ใช่มัวแต่คำนึงถึงเรื่องราคาเลือกซื้อมาแต่วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพกลับไม่ได้เรื่อง เพราะเช่นนั้นคุณก็ต้องทำการเสียเงินซื้อวอลสติ๊กเกอร์มาเปลี่ยนบ่อยๆ ทำให้เสียเวลาเสียโอกาสเสียอนาคต
เอาเวลาที่จะนั่งเปลี่ยนwallpaperมาใช้ในการตกแต่งภายในกับห้องส่วนอื่นของบ้านดีกว่า การเลือกเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การตกแต่งบ้านของเราดูดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ดีนั้นนอกจากจะต้องมีดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่เข้ากับห้องของเราแล้ว ควรจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและใช้ได้ทนทานอีกด้วย แต่หัวใจสำคัญที่เหล่ามัณฑนากรตกแต่งภายในมักแนะนำก็คือการตกแต่งห้องนอนที่ทำให้ผู้อยู่รู้สึกมีความสุขและสบายใจในการใช้ก็เพียงพอเเล้วค่ะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://images.websnapr.com/?size=size&#038;key=MdY601iv6wa6&#038;url=http://mywallstricker.ibuy.co.th"></img></p>
<p><a href="http://mywallstricker.ibuy.co.th">wallsticker,ตกแต่งบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนัง,วอลเปเปอร์ติดผนังบ้าน,วอลเปเปอร์ติดผนังห้อง,วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน,วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูก,ตกแต่งห้องนอน,เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน,วอลสติ๊กเกอร์,ตกแต่งภายใน</a><br />การเริ่มตกแต่งภายในด้วยตนเองดูจะเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆคน โดยเฉพาะมือใหม่หัดตกแต่งบ้านที่ไม่มีความรู้ด้านinteriorมาก่อน<br />
เทคนิคการตกแต่งห้องนอนหรือห้องไหนๆของบ้านนั้น มีเคล็ดลับง่ายๆแค่มีหัวครีเอทเข้าไว้ และเดี๋ยวนี้wallstickerที่มีลวดลายแบบเจ๋งๆก็มีให้เลือกมากมาย<br />
แต่การจะเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังให้เริ่ดนั้น เทคนิคมันอยู่ที่การเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังบ้านให้เข้ากะenvironmentของแต่ละห้อง เช่นการจะเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอน<br />
ก็ควรเลือกสีที่ดูแล้วสบายตาและบรรยากาศน่านอนชวนผ่อนคลาย ไม่ควรเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังห้องที่มีสีอึมครึมชวนหดหู่ ที่สำคะญคือการเลือกคุณภาพของwallstickerที่ใช้ในการตกแต่งภายใน<br />
ไม่ใช่มัวแต่คำนึงถึงเรื่องราคาเลือกซื้อมาแต่วอลเปเปอร์ติดผนังราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพกลับไม่ได้เรื่อง เพราะเช่นนั้นคุณก็ต้องทำการเสียเงินซื้อวอลสติ๊กเกอร์มาเปลี่ยนบ่อยๆ ทำให้เสียเวลาเสียโอกาสเสียอนาคต<br />
เอาเวลาที่จะนั่งเปลี่ยนwallpaperมาใช้ในการตกแต่งภายในกับห้องส่วนอื่นของบ้านดีกว่า การเลือกเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การตกแต่งบ้านของเราดูดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ<br />
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ดีนั้นนอกจากจะต้องมีดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่เข้ากับห้องของเราแล้ว ควรจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและใช้ได้ทนทานอีกด้วย แต่หัวใจสำคัญที่เหล่ามัณฑนากรตกแต่งภายในมักแนะนำก็คือการตกแต่งห้องนอนที่ทำให้ผู้อยู่รู้สึกมีความสุขและสบายใจในการใช้ก็เพียงพอเเล้วค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81wallsticker%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

