<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>RibbonBeauty &#187; สัตว์เลี้ยง</title>
	<atom:link href="http://www.ribbonbeauty.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ribbonbeauty.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 16:45:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เลือกซื้อนกแก้ว อย่างไรให้เหมาะกับเรา</title>
		<link>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3</link>
		<comments>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 04:48:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อนกแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[นกแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกซื้อนกแก้ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribbonbeauty.com/?p=606</guid>
		<description><![CDATA[
นกแก้วจัดเป็นสัตว์ที่มีความสวยงามและฉลาดมาก ดังนั้นการเลือกซื้อนกแก้วมาเลี้ยงนั้นไม่ได้แต่เพียงผู้เลี้ยงชอบนกแก้ว ชนิดใดก็ซื้อมาเลี้ยงเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสำคัญ ได้แก่
• อายุขัยเฉลี่ยของนกแก้ว เนื่องจากนกแก้วแต่ละชนิดมีอายุขัยเฉลี่ยค่อนข้างแตกต่างกันมาก ยกตัวอย่าง นกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 20 ปีขึ้นไป ถ้าเรามองหาสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงในช่วงเวลาไม่ยาวนาน ควรเลือกเลี้ยงนกแก้วสายพันธุ์ขนาดเล็ก เช่น Budgerigar (กลุ่ม พวกนกหงส์หยก) เนื่องจากนกกลุ่มนี้มี อายุขัย เฉลี่ย ประมาณ 5-10 ปี ส่วน Cockatiel และ Lovebird เป็นนกกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูง อายุขัยเฉลี่ยประมาณ 15-20 ปี ในขณะที่นกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ เช่น African Grey, Cockatoo (นกกระตั้ว) และ Macaw มีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่า 50, 60 และ 75 ปี ตามลำดับ
• อุปนิสัยและลักษณะเฉพาะของนกแก้ว เป็นข้อควรคำนึงถึงอีกประการหนึ่งในการเลือกซื้อนกแก้วมาเลี้ยง เช่น ผู้เลี้ยงต้องการนกที่ลักษณะสุขุม หรือต้องการนกที่ชอบเป็นมิตรสูงชอบให้สัมผัส หรือต้องการนกที่ฉลาดสามารถพูดได้ ลักษณะเฉพาะเหล่านี้มีความแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ของนกแก้ว ยกตัวอย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://btgsf1.fsanook.com/weblog/entry/184/923889/Parrot.jpg" alt="" width="351" height="351" /></p>
<p><strong>นกแก้วจัดเป็นสัตว์ที่มีความสวยงามและฉลาดมาก ดังนั้นการเลือกซื้อนกแก้วมาเลี้ยงนั้นไม่ได้แต่เพียงผู้เลี้ยงชอบนกแก้ว ชนิดใดก็ซื้อมาเลี้ยงเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสำคัญ ได้แก่</strong></p>
<p><strong>• อายุขัยเฉลี่ยของนกแก้ว</strong> เนื่องจากนกแก้วแต่ละชนิดมีอายุขัยเฉลี่ยค่อนข้างแตกต่างกันมาก ยกตัวอย่าง นกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 20 ปีขึ้นไป ถ้าเรามองหาสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงในช่วงเวลาไม่ยาวนาน ควรเลือกเลี้ยงนกแก้วสายพันธุ์ขนาดเล็ก เช่น Budgerigar (กลุ่ม พวกนกหงส์หยก) เนื่องจากนกกลุ่มนี้มี อายุขัย เฉลี่ย ประมาณ 5-10 ปี ส่วน Cockatiel และ Lovebird เป็นนกกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูง อายุขัยเฉลี่ยประมาณ 15-20 ปี ในขณะที่นกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ เช่น African Grey, Cockatoo (นกกระตั้ว) และ Macaw มีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่า 50, 60 และ 75 ปี ตามลำดับ</p>
<p><strong>• อุปนิสัยและลักษณะเฉพาะของนกแก้ว</strong> เป็นข้อควรคำนึงถึงอีกประการหนึ่งในการเลือกซื้อนกแก้วมาเลี้ยง เช่น ผู้เลี้ยงต้องการนกที่ลักษณะสุขุม หรือต้องการนกที่ชอบเป็นมิตรสูงชอบให้สัมผัส หรือต้องการนกที่ฉลาดสามารถพูดได้ ลักษณะเฉพาะเหล่านี้มีความแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ของนกแก้ว ยกตัวอย่าง ถ้าผู้เลี้ยงมองหานกที่เป็นนักพูด ควรพิจารณาเลือกเลี้ยง African Grey, Congo หรือ Timneh เนื่องจากมีการศึกษาพบว่านกสายพันธุ์ดังกล่าวนี้สามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้ หลายร้อยคำในตลอดช่วงชีวิต อย่างไรก็ตาม สำหรับ African Grey เป็นนกแก้วที่มีพรสวรรค์มากในการพูด แต่มีสีสันที่ไม่สวย ฉูดฉาดเหมือนเช่นนกแก้วสายพันธุ์อื่นๆ<span id="more-606"></span></p>
<p><strong>• ขนาดของนกแก้ว</strong> โดยปกติมักไม่แนะนำให้ผู้เลี้ยงนกแก้วมือ ใหม่เลี้ยงนกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ เนื่องจากลักษณะความกว้างของ ปีกขนาดใหญ่ เวลากระพือปีกจะดูรุนแรง อีกทั้งมีจะงอยปากที่แข็งแรง ขนาดใหญ่ และการเปล่งเสียงร้องดังมากเมื่อเทียบกับนกขนาดปกติ จึงอาจทำให้ผู้เลี้ยงมือใหม่เกิดความรู้สึกกลัวได้ ส่วน Scarlet Macaw เป็นนกที่มีขนาดใหญ่และสีสันสวยงามมาก แต่บางครั้งมีนิสัยก้าวร้าว จึงไม่เหมาะกับผู้เลี้ยงมือใหม่อีกเช่นกัน สำหรับนกแก้วสายพันธุ์ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมได้แก่ Sun Conure, Lovebird, Budgerigar รวมถึงนกขนาดเล็กที่ไม่ใช่กลุ่มนกแก้ว ตัวอย่างเช่น นกฟินซ์ กลุ่ม นกเหล่านี้มี สีสัน และลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันรวมถึง ความต้องการในการดูแลก็แตกต่างกันตามแต่ลักษณะตามธรรมชาติของแต่ละสายพันธุ์</p>
<p><strong>• การเลี้ยงและดูแล</strong> ถ้ากล่าวถึงการเลี้ยงและดูแลนกแก้วนั้น ขนาดของนกไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ในความแตกต่างในเรื่องนี้เลย นกสายพันธุ์ขนาดใหญ่ เช่น Cockatoo หรือ Macaw ต้องการกรงที่มี ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม นกสายพันธุ์ขนาดเล็ก เช่น Sun Conure หรือ Lovebird ก็ต้องการกรงที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน รวมถึงนกชนิดอื่นๆไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องการกรงขนาดใหญ่ที่สามารถบินไปมาได้ นอกจากนี้ยังต้องการกรงและสิ่งแวดล้อมที่มีระบบสุขาภิบาลที่ดี มีการทำความสะอาดเป็นประจำ รวมทั้งตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสม สำหรับนกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ต้องการเวลาในการดูแลเอาใจใส่จากผู้เลี้ยงมาก เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึ่งอาจส่งผลไปถึงปัญหาสุขภาพทั่วไปด้วย ส่วนนกสายพันธุ์ขนาดเล็ก เช่น Cockatiel, Canary, Finches และ Parakeet ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาดูแลเอาใจใส่มากเท่านกแก้วสายพันธุ์ขนาดใหญ่ เช่น Macaw หรือ Cockatoo อย่างไรก็ตาม นกกลุ่มนกแก้วทั้งหมดต้องการการดูแลเอาใจใส่มากกว่านกทั่ว ไป ดังนั้น ถ้าผู้เลี้ยงต้องเดินทางบ่อย หรือเวลาว่างไม่มากนักอาจพิจารณาเลือกเลี้ยงนกฟินซ์ หรือ Canary น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า</p>
<p><strong>• อาหาร</strong> อาหารเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งในการเลือกตัดสินใจที่จะซื้อนกชนิดต่างๆ มาเลี้ยง เนื่องจากนกบางชนิดกินอาหารที่มีลักษณะจำเพาะเป็นพิเศษ เช่น Lorikeetเป็นนกกินน้ำหวาน ไม่ได้กินเมล็ดธัญพืชและอาหารเม็ดเป็นหลัก ดังนั้น ถ้าเราตัดสินใจซื้อนกชนิดนี้มาเลี้ยง จำเป็นต้องซื้ออาหารสำเร็จรูปที่มีลักษณะเป็นผง ( A nectar replacement powder) มาผสมในอาหารให้นกกินทุกวัน ดังนั้น Lorikeet อาจไม่ใช่นกแก้วที่เหมาะกับผู้เลี้ยงมือ ใหม่มากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ยากในเรื่องของการให้อาหารอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลถึงปัญหาสุขภาพในเวลาต่อมาได้</p>
<p><strong>ดังนั้นในการตัดสินใจเลือกซื้อนกแก้วหรือนกชนิดอื่นๆก็ตาม ควรคำนึงถึงสิ่งดังกล่าวข้างต้น เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าทั้งผู้เลี้ยงและนกที่ถูกซื้อมาเลี้ยงจะมีสุขภาพจิต และสุขภาพกายที่ดีจากการเลี้ยงที่เหมาะสมตามความสะดวกของผู้เลี้ยงแต่ละคน และไม่เป็นการทำร้ายสัตว์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วย</strong></p>
<p><strong>สาระน่ารู้ &gt; สาระน่ารู้ตลิ่งชัน<br />
เรื่อง : ส.พญ. ลลนา เอกธรรมสุทธิ์<br />
DVM, MAppSc(Wild Hlth Pop Man) The University of Sydney, Australia</strong></p>
<p><strong>Exotic Pet Clinic, โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน</strong></p>
<p><strong>ที่มา : women.sanook.com</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribbonbeauty.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

