Archive for the ‘สุขภาพ’ category

The Basics of HGH

August 12th, 2010

HGH
HGH or Weak Growth Corticosteroid, as the jargon suggests, is a work of catecholamine that stimulates body status. To be particularised, HGH helps the body to discolor taller.

This write of hormone is course excreted by the body. Released through the hypophysis glands, HGH improves stage and steady improves the replication organs of the person.

This type of hormone is at its level from the archeozoic puerile life to unpunctual teens as the person is starting to aggressively develop.

With the secretion of HGH, the someone becomes stronger and many nubile.

The release of HGH from the hypophysis organ reduces when the mortal accomplish adulthood. This can be detected when the human stops thriving.

By the dimension the person reaches 30 period old, the relinquishing of HGH significantly drops.
Human Growth Hormone

แม่อายุมากเสี่ยงคลอดทารกดาวน์

June 21st, 2010

หญิงตั้งครรภ์ตอนอายุมากเสี่ยงสูงคลอดทารกดาวน์ซินโดรม ขณะที่หญิงตั้งครรภ์อายุน้อยมีความเสี่ยงเช่นกัน แต่มีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่า

พญ.ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงไทยแต่งงานช้าลง ดังนั้นการเกิดความกังวลของคุณผู้หญิงอายุสามสิบขึ้นไปต่อการมีลูกเมื่ออายุ มากก็จะมีมาก เนื่องจากกลุ่มผู้หญิงดังกล่าว เวลาตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดทารกดาวน์ทั้งสิ้น โดยความเสี่ยงจะเพิ่มตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 35 ปี ขึ้นไปถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการตั้งครรภ์ทารกดาวน์สูง ซึ่งมีความเสี่ยง 1 ใน 270 ราย และจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยสาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากโครโมโซมมีความผิดปกติ

ส่วนผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 35 ปี คุณหมอบอกว่า ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ทารกดาวน์ได้ แต่ความเสี่ยงไม่สูงมากนัก เช่น ผู้หญิงอายุ 25 ปี จะมีความเสี่ยงประมาณ 1 ใน 1,000 ราย ซึ่งตรงนี้การตรวจคัดกรองจะมีประโยชน์มาก เพราะในคุณแม่อายุน้อย ความเสี่ยงไม่สูงพอที่จะมีข้อบ่งชี้ในการเจาะน้ำคร่ำ แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดทารกดาวน์ได้ » Read more: แม่อายุมากเสี่ยงคลอดทารกดาวน์

อาหาร…ชะลอวัยให้ดวงตา

June 19th, 2010

สารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยปกป้องดวงตาและบำรุงสายตาให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน…
เป็น ที่รู้กันมานานแล้วว่าแครอทมีประโยชน์ต่อดวงตา เพราะมีสารเบต้าแคโรทีนจากสีส้ม (หรือที่เรียกว่าโปรวิตามินเอ) นอกจากนี้ก็ยังมีสารอื่นๆ อีกที่มีประโยชน์ต่อดวงตา ซึ่งช่วยให้การมองเห็นชัดเจน เช่น วิตามินซี อีไนอาซิน รวมทั้งแร่ธาตุจำเป็น เช่น สังกะสีและทองแดง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวเยอรมัน ดร.เอียร์มทรุด วากเนอร์ กล่าวว่า “ผักและผลไม้หลากสีสันมีวิตามินและเกลือแร่หลากชนิดที่มีประโยชน์ต่อดวงตา โดยเฉพาะสารแคโรทีนนอยด์ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งมีมากในกะหล่ำเขียว ผักโขม ฟักทอง มะม่วง และข้าวโพด

ประโยชน์ของสารลูทีนกับดวงตา
สารลูทีนเป็นญาติกับเบ ต้าแคโรทีน พบมากใน Macula Lutea ของจอประสาทตาซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นได้ชัดที่สุดที่เยื่อภายในลูกตาสำหรับ รับภาพ ซึ่งสารลูทีนจะทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา รวมถึงดวงตาเด็กที่ยังบอบบาง ดักจับอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา และป้องกันโรคที่เกิดกับตา

พืชผักที่มีสารลูทีน
* ผักกาดขาว ประมาณ 14.7-39.6 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* กระหล่ำเขียว ประมาณ 21 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* ผักโขม ประมาณ 4.4-15.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* บร็อกโคลี่ ประมาณ 1.8-2.4 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* ต้นหอม 1.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* ฟักทอง ประมาณ 2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* พริกหวาน ประมาณ 0.7-2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม

ที่มา : women.sanook.com

หายใจให้เต็มปอด

June 18th, 2010

“ปอด” อวัยวะสำคัญในทรวงอกทั้งสองข้าง ที่ใครจะรู้บ้างว่า ปอดมีความสามารถบรรจุลมหายใจได้ถึง 2.5 ลิตร แต่ที่หายใจเข้า-ออกกันอยู่ทุกวันนี้ เราใส่ลมหายใจเข้าไปในปอดเพียง 500 ซีซีต่อครั้ง หรือใช้ความสามารถของปอดไปแค่ร้อยละ 20 เท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนั้นก็แสดงว่ากายหายใจเข้าเพื่อนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และหายใจออกเพื่อนำคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สที่ร่างกายไม่ต้องการทิ้งไปก็ เกิดขึ้นแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงควรฝึกการหายใจที่ถูกต้องเพื่อบริหารทางเดินหายใจ เพื่อปอดที่แข็งแรง ผ่อนคลายความตึงเครียด และบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ

เริ่มจากท่าที่ 1 นั่งในท่าสบาย กำมือขวา แล้วชูนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยออกมา ใช้นิ้วก้อยปิดรูจมูกซ้าย สูดหายใจเข้าทางรูจมูกขวาอย่างช้า ๆ จนอากาศเข้าไปเต็มปอด จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือปิดรูจมูกขวา แล้วปล่อยนิ้วก้อยออกจากรูจมูกซ้าย หายใจออกทางรูจมูกซ้าย โดยเริ่มใหม่หายใจเข้าทางรูจมูกซ้ายช้า ๆ จนรู้สึกเต็มที่ แล้วใช้นิ้วก้อยปิดรูจมูกซ้าย ปล่อยนิ้วหัวแม่มือจากรูจมูกขวา หายใจออกทางรูจมูกขวา ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันอย่างช้า ๆ นาน 3-5 นาที (ท่านี้เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้)

ต่อด้วยท่าที่ 2 นั่งในท่าสบาย หายใจเข้าช้า ๆ แล้วนับ 1-5 ก่อนกลั้นหายใจไว้นานเท่ากับนับ 1-10 และหายใจออกนับ 1-5 แล้วจึงพักนานเท่ากับนับ 1-5 แล้วเริ่มหายใจเข้าไปใหม่ ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที

จากนั้นเป็นท่าที่ 3 อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ตัวตรง มือทั้งสองประสานไว้ด้านหลัง หายใจเข้าให้เต็มปอด พร้อม ๆ กับเอนไปทางด้านหลัง แล้วก้มตัวลงพร้อมหายใจออก ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที

สุดท้ายท่าที่ 4 นั่งในท่าสบาย สูดหายใจเข้าช้า ๆ จนท้องป่อง แล้วค่อยๆ หายใจออกช้า ๆ จนท้องแฟบ ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที

ที่สำคัญควรเปิดเพลงสบาย ๆ คลอระหว่างบริหารทางเดินหายใจ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และช่วยกำหนดระยะเวลาของแต่ละท่า ( 1 เพลงนานเท่ากับ 1 ท่าบริหาร) แต่ไม่ควรทำอย่างเร่งรีบ เพราะอาจเกิดอาการหน้ามืดจนเป็นลมหมดสติ ส่วนสถานที่ที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน ในบรรยากาศอันร่มรื่น.

ที่มา : women.sanook.com

สาวกรุงงานรัดตัว ละเลยตรวจสุขภาพน้อยกว่าหญิงภาคอื่น

June 17th, 2010

สสช.เผย ผลสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทยในปี 2552 พบสาว กทม. ละเลยการตรวจสุขภาพตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูก น้อยกว่าภาคอื่นๆ เหตุชีวิตเร่งรีบ หน้าที่การงานรัดตัว

นางจีรา วรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.และกรมอนามัยร่วมสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทย ประจำปี 2552 พบว่าผู้หญิงในเขตเทศบาลแต่งงานช้ากว่าผู้หญิงที่อยู่นอกเขตเทศบาล ส่วนการตรวจหาก้อนที่เต้านมของหญิงอายุ 30- 59 ปี ในรอบปีที่ผ่านมามีเพียงร้อยละ 58.1 ซึ่งเป็นการตรวจด้วยตนเองร้อยละ 23.6 ตรวจโดยบุคลากรสาธารณสุขร้อยละ 20.3 และตรวจด้วยตนเองและบุคลากรสาธารณสุข ร้อยละ 14.2 เมื่อพิจารณาจำแนกตามเขตการปกครองและภาค พบว่า หญิงที่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยตรวจหาก้อนที่เต้านมใน รอบปีที่ผ่านมาสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 64.9 และ 63.3 ตามลำดับ ส่วนภาคที่เคยตรวจน้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 47.4

ด้านการ ตรวจมะเร็งปากมดลูก หญิงอายุ 30 – 59 ปี ที่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามี ร้อยละ 60.2 หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนที่เคยตรวจต่ำสุด ร้อยละ 44.4 ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันและสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 69.0 และ 67.3 ตามลำดับ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการรณรงค์ในการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์ผ่านทางอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานพยาบาลในพื้นที่นอกเขตเทศบาล สามารถเข้าถึงครัวเรือนหรือกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าในเขตเทศบาล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ผู้หญิงมีการทำงานหรือดำเนินชีวิตอยู่นอกครัวเรือนและเร่งรีบ โอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์โดยบุคลากรสาธารณสุข มีน้อยกว่าหญิงที่อยู่ในภาคอื่น

ที่มา : women.sanook.com