อาหารเหนือ
ธรรมเนียมปฏิบัติการกินของคนภาคเหนือ ตอนเหนือมีเทือกเขาสูงพาดยาวเหยียดขนานกันจำนวนมากเป็นพื้นที่ราบเชิงเขาสลับกับพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีอากาศโดยมากหนาว ชาวเหนือจะกินพืชผักซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติ
อย่างกับภาคอีสานกินข้าวนึ่งเป็นของกินหลัก ปรุงของกินโดยไม่ใส่น้ำตาล แต่จะได้ความหวานจากพืชผัก หรือเนื้อสัตว์ในองค์ประกอบเน้นรสเค็มนำและเผ็ดเล็กน้อย
สำรับกับข้าวของชาวเหนือเรียกว่าโก๊ะข้าวหรือขันโตก ทำมาจากไม้รูปทรงกลม มีขา
สูงพอดีที่จะนั่งร่วมวงกินอาหารได้อย่างราบรื่น เมื่อของกินเหลือจะนำจานของกินวางบนตะกร้าแล้วผูกเชือกห้อยไว้ในห้องครัว เพื่อปกป้องมดและแมลงมาไต่ตอม
เครื่องแนมที่คนภาคเหนือนิยมบริโภคร่วมกับของกิน ได้แก่
หน้าปอง คือ การนำหนังควายมาเผาจากนั้นจุ่มน้ำเพื่อขูดผิวสีดำออก ตัดส่วนแข็ง
ทิ้งไป ตากแดดให้แห้ง แล้วนำแผ่นหนึ่งที่ได้ไปปิ้งไฟจนอ่อนตัว ใช้มีดตัดเป็นเส้นไม่ให้ขาด
จากกันนำไปต้มโดยใช้ไฟอ่อนๆจนมีสีเหลืองเก็บไว้กินได้นาน เมื่อจะบริโภค
นำไปทอดในน้ำมันโดยใช้ไฟกลางจนหนังพอง
ไข่มดส้ม คือ การนำไข่มดแดงมาดองกับน้ำเกลือ ใช้ทำยำหรือใส่ในแกงต่างๆ
น้ำหนัง คือ การนำหนังควายมาเผาไฟ จนไหม้ดำ จุ่มในโอ่งน้ำแล้วขูดส่วนที่ไหม้อออกต้มในปี๊บ (หาภาชนะปิดไว้เพื่อไม่ให้หนังลอยเหนือผิวน้ำ) ต้มจนหนังละลายเป็นน้ำเข้มข้นๆยกลง กรองผ่านตะแกรงไม้ไผ่ ทาบางๆบนกาบไม้ไผ่ หรือจะผสมงาก่อนก็ได้ ผึ่งในที่ร่มจนแห้ง ลอกออก เก็บใส่ภาชนะซึ่งมีฝาปิดสนิท นิยมบริโภคร่วมกับแกงต่างๆโดยนำไปเผาไฟอ่อนๆ
น้ำปู๋ คือ น้ำ ทำจากปูนาที่นำมาโขลกกรองเอาแต่น้ำ ต้มจนเหนียวเป็นสีดำ ใช้ประสมของกินได้หลายอย่าง เช่น แกงหน่อไม้ ยำหน่อไม้ทำน้ำพริกน้ำปูเป็นต้น การทำน้ำปูมีหลายวิธี
แคบหมู เป็น การนำหนังหมูมาเชือดมันออกให้เหลือมันติดเล็กน้อย เคล้ากับเกลือผึ่งแดดจนน้ำมันแห้ง ตัดเป็นชิ้นพอดีๆ แล้วทอดกับน้ำมันในกระทะ ใช้ไฟอ่อน จนหนังพองเป็นเม็ดเล็กๆ ตักขึ้นใส่กระทะอีกใบที่มีน้ำมันร้อนจัด ทอดจนหนังหมูพองทั่วเท่ากัน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันกินแนมกับน้ำพริกต่างๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม เป็นต้น
Posts Tagged ‘อาหาร’
ตำรับอาหารเหนือแสนอร่อยเย้ายวนใจ
June 2nd, 2011อาหาร…ชะลอวัยให้ดวงตา
June 19th, 2010สารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยปกป้องดวงตาและบำรุงสายตาให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน…
เป็น ที่รู้กันมานานแล้วว่าแครอทมีประโยชน์ต่อดวงตา เพราะมีสารเบต้าแคโรทีนจากสีส้ม (หรือที่เรียกว่าโปรวิตามินเอ) นอกจากนี้ก็ยังมีสารอื่นๆ อีกที่มีประโยชน์ต่อดวงตา ซึ่งช่วยให้การมองเห็นชัดเจน เช่น วิตามินซี อีไนอาซิน รวมทั้งแร่ธาตุจำเป็น เช่น สังกะสีและทองแดง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวเยอรมัน ดร.เอียร์มทรุด วากเนอร์ กล่าวว่า “ผักและผลไม้หลากสีสันมีวิตามินและเกลือแร่หลากชนิดที่มีประโยชน์ต่อดวงตา โดยเฉพาะสารแคโรทีนนอยด์ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งมีมากในกะหล่ำเขียว ผักโขม ฟักทอง มะม่วง และข้าวโพด
ประโยชน์ของสารลูทีนกับดวงตา
สารลูทีนเป็นญาติกับเบ ต้าแคโรทีน พบมากใน Macula Lutea ของจอประสาทตาซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นได้ชัดที่สุดที่เยื่อภายในลูกตาสำหรับ รับภาพ ซึ่งสารลูทีนจะทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา รวมถึงดวงตาเด็กที่ยังบอบบาง ดักจับอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา และป้องกันโรคที่เกิดกับตา
พืชผักที่มีสารลูทีน
* ผักกาดขาว ประมาณ 14.7-39.6 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* กระหล่ำเขียว ประมาณ 21 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* ผักโขม ประมาณ 4.4-15.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* บร็อกโคลี่ ประมาณ 1.8-2.4 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* ต้นหอม 1.9 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* ฟักทอง ประมาณ 2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
* พริกหวาน ประมาณ 0.7-2 มิลลิกรัม มีสารลูทีน 100 กรัม
ที่มา : women.sanook.com